ประวัติความเป็นมาของ เสื้อโปโล
มีเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชนิดที่ได้สมญานามว่าแฟชั่นคลาสสิค หนึ่งในนั้นคือ “เสื้อโปโล” มีลักษณะเป็นเสื้อแขนสั้น ใช้เป็นชุดไปรเวทและผลิตจากเส้นใยฝ้าย
ในขณะที่คุณอาจมีเสื้อโปโลตัวเก่าอยู่ คุณอาจไม่เคยสงสัยเลยว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไรและทำไมจึงได้ชื่อว่า “เสื้อโปโล” ในความเป็นจริงเรื่องราวเล่าขานของเสื้อโปโลเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อทหารอังกฤษซึ่งประจำการอยู่ในอินเดียได้ทำการดัดแปลงเสื้อสำหรับเล่นกีฬาโปโล ซึ่งในสมัยนั้นกีฬา โปโล กลายเป็นการต่อสู้ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของคนหนุ่ม และได้มีการพัฒนาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายจนกลายเป็นเสื้อโปโลที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นจริงๆ ของเสื้อโปโลไม่มีใครทราบ แต่ที่ได้มีการบันทึกอย่างแพร่หลายเกิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 ในบ้านเกิดของกีฬาโปโล เมืองแมนิเพอร์ ประเทศอินเดีย หลังจากที่ทหารอังกฤษดูการแข่งขันขณะประจำการอยู่ที่เมืองแมนิเพอร์ พวกเขาได้จัดตั้งสโมสรโปโลแห่งแรกขึ้นในเวลานั้น
เมื่อกีฬาได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ทหารอังกฤษและคนปลูกชาชาวอังกฤษในอินเดีย ความสนใจจึงถูกหันเหมายังเครื่องแต่งกายของผู้เล่นด้วย เนื่องจากวัฒนธรรมการแต่งกายของนักกีฬาสมัยนั้นเป็นเสื้อตัวหนา แขนยาวและทำจากคอตตอน ทำให้เกิดความไม่สบายเวลาสวมใส่ และพวกเขาติดกระดุมระหว่างปกกับตัวเสื้อเนื่องจากขณะขวบม้าไปบนสนามปกเสื้อจะกระพือไปตามลม กีฬาโปโลนี้ได้ถูกนำเข้าไปในอังกฤษในปี 1862 จนช่วงปลายศตวรรษที่ 19 John E Brooks หลานชายของผู้ก่อตั้งบริษัท Brooks Brothers ในสหรัฐอเมริกามาทัวร์ประเทศอังกฤษ ในขณะที่เขาดูการแข่งขันกีฬาโปโลอยู่นั้น เขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาดบนปกเสื้อโปโลของนักกีฬา พวกเขามีกระดุมอยู่ใต้ปกเพื่อป้องกันปกเสื้อกระพือไปกับแรงลมด้วย ด้วยความประทับใจนี้ เขาจึงได้นำแนวคิดนี้กลับไปยังบริษัทและติดกระดุมใต้ปกเสื้อ รูปแบบเสื้อนี้ถูกผลิตขึ้นในปี 1896 และกลายมาเป็นลักษณะอันโดดเด่นของรูปแบบเสื้อ เป็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าเครื่องแต่งกายชายไปตลอดกาล จนมีคำกล่าวว่า เสื้อเชิ้ต เป็นสินค้าที่เหมือนแบบมากที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่น และบริษัท Brooks Brothers ยังคงเรียกเสื้อเชิ้ตของเขาว่า polo shirt
ในขณะที่คุณอาจมีเสื้อโปโลตัวเก่าอยู่ คุณอาจไม่เคยสงสัยเลยว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไรและทำไมจึงได้ชื่อว่า “เสื้อโปโล” ในความเป็นจริงเรื่องราวเล่าขานของเสื้อโปโลเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อทหารอังกฤษซึ่งประจำการอยู่ในอินเดียได้ทำการดัดแปลงเสื้อสำหรับเล่นกีฬาโปโล ซึ่งในสมัยนั้นกีฬา โปโล กลายเป็นการต่อสู้ที่แสดงถึงวัฒนธรรมของคนหนุ่ม และได้มีการพัฒนาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายจนกลายเป็นเสื้อโปโลที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นจริงๆ ของเสื้อโปโลไม่มีใครทราบ แต่ที่ได้มีการบันทึกอย่างแพร่หลายเกิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 ในบ้านเกิดของกีฬาโปโล เมืองแมนิเพอร์ ประเทศอินเดีย หลังจากที่ทหารอังกฤษดูการแข่งขันขณะประจำการอยู่ที่เมืองแมนิเพอร์ พวกเขาได้จัดตั้งสโมสรโปโลแห่งแรกขึ้นในเวลานั้น
เมื่อกีฬาได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ทหารอังกฤษและคนปลูกชาชาวอังกฤษในอินเดีย ความสนใจจึงถูกหันเหมายังเครื่องแต่งกายของผู้เล่นด้วย เนื่องจากวัฒนธรรมการแต่งกายของนักกีฬาสมัยนั้นเป็นเสื้อตัวหนา แขนยาวและทำจากคอตตอน ทำให้เกิดความไม่สบายเวลาสวมใส่ และพวกเขาติดกระดุมระหว่างปกกับตัวเสื้อเนื่องจากขณะขวบม้าไปบนสนามปกเสื้อจะกระพือไปตามลม กีฬาโปโลนี้ได้ถูกนำเข้าไปในอังกฤษในปี 1862 จนช่วงปลายศตวรรษที่ 19 John E Brooks หลานชายของผู้ก่อตั้งบริษัท Brooks Brothers ในสหรัฐอเมริกามาทัวร์ประเทศอังกฤษ ในขณะที่เขาดูการแข่งขันกีฬาโปโลอยู่นั้น เขาสังเกตเห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาดบนปกเสื้อโปโลของนักกีฬา พวกเขามีกระดุมอยู่ใต้ปกเพื่อป้องกันปกเสื้อกระพือไปกับแรงลมด้วย ด้วยความประทับใจนี้ เขาจึงได้นำแนวคิดนี้กลับไปยังบริษัทและติดกระดุมใต้ปกเสื้อ รูปแบบเสื้อนี้ถูกผลิตขึ้นในปี 1896 และกลายมาเป็นลักษณะอันโดดเด่นของรูปแบบเสื้อ เป็นการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าเครื่องแต่งกายชายไปตลอดกาล จนมีคำกล่าวว่า เสื้อเชิ้ต เป็นสินค้าที่เหมือนแบบมากที่สุดในประวัติศาสตร์แฟชั่น และบริษัท Brooks Brothers ยังคงเรียกเสื้อเชิ้ตของเขาว่า polo shirt
แบบเสื้อของนักเทนนิสรุ่นเก่า
ในปี 1920 นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาเสื้อโปโล เมื่อ Argentine Irish คนขายเครื่องแต่งกายชายกับนักกีฬาโปโลชื่อ Lewis Lacey ร่วมกันเปิดร้านค้าสำหรับผู้ชายในเมือง บูนอสไอเรสและเริ่มขายเสื้อโปโลที่ปักด้วยภาพผู้เล่นกีฬาโปโล จนกระทั่งในปี 1926 นักเทนนิสในตำนานชาวฝรั่งเศสชื่อ Jean Rene Lacoste ได้ประดิษฐ์เสื้อโปโลสมัยใหม่ขึ้น เแฟชั่นเทสนิสก็อึดอัดเช่นเดียวกับชุดนักกีฬาโปโลในสมัยนั้น ลักษณะคือ เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนยาว และนักกีฬามักจะม้วนแขนเสื้อขึ้นไปอยู่เสมอ ประกอบกับกางเกงขายาวกำมะหยี่ และเนคไท ซึ่งลักษณะการแต่งกายแบบนี้มีที่มาจากเริ่มต้นนั้นกีฬาเทนนิสเป็นของกลุ่มชนชั้นสูงทำให้แฟชั่นมีอิทธิพลกว่าหน้าที่การใช้งาน เมื่อเทนนิสกลายเป็นการแข่งขันผู้เล่นจึงเริ่มหันมาสนใจหนทางที่จะได้รับชัยชนะLacoste ใช้ฐานะในการเป็นมือหนึ่งของโลกออกแบบชุดที่ตรงตามความต้องการของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาตัดสินใจไม่สนใจเทรนด์การม้วนแขนเสื้อและออกแบบเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ไม่ทำปกให้แข็ง และเพิ่มความยาวเสื้อด้านหลังหรือที่รู้จักกันในชื่อของ หางเทนนิส ซึ่งทำให้สามารถใส่ในกางเกงได้ง่ายขึ้น
นวัตกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการใช้เทคโนโลยีการทอผ้าคอตตอน (อันที่จริงแล้วจุดเริ่มต้นการพัฒนามาจากบ้านเกิดของเสื้อโปโลนั่นคือประเทศอังกฤษ) รูปแบบการทอเช่นนี้ช่วยให้เสื้อมีความทนทานและที่สำคัญคือช่วยระบายอากาศได้ดี ลักษณะอันโดดเด่นนี้จึงทำให้ในไม่ช้าการออกแบบของ Lacoste ก็ได้รับความนิยมกว่าเสื้อแบบเดิม หลังจากนั้นเขาได้ตั้งชื่อให้มันว่า crocodile (ประวัตินี้ไม่เป็นที่กระจ่างว่าเป็นเพราะเขาจมูกใหญ่หรือเขาชอบบที่ทำจากหนังจระเข้) เขาประดับตราเสื้อด้วยรูปจระเข้ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเสื้อกีฬาที่มีแบรนด์อย่างแท้จริง
ในปี 1920 นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนาเสื้อโปโล เมื่อ Argentine Irish คนขายเครื่องแต่งกายชายกับนักกีฬาโปโลชื่อ Lewis Lacey ร่วมกันเปิดร้านค้าสำหรับผู้ชายในเมือง บูนอสไอเรสและเริ่มขายเสื้อโปโลที่ปักด้วยภาพผู้เล่นกีฬาโปโล จนกระทั่งในปี 1926 นักเทนนิสในตำนานชาวฝรั่งเศสชื่อ Jean Rene Lacoste ได้ประดิษฐ์เสื้อโปโลสมัยใหม่ขึ้น เแฟชั่นเทสนิสก็อึดอัดเช่นเดียวกับชุดนักกีฬาโปโลในสมัยนั้น ลักษณะคือ เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนยาว และนักกีฬามักจะม้วนแขนเสื้อขึ้นไปอยู่เสมอ ประกอบกับกางเกงขายาวกำมะหยี่ และเนคไท ซึ่งลักษณะการแต่งกายแบบนี้มีที่มาจากเริ่มต้นนั้นกีฬาเทนนิสเป็นของกลุ่มชนชั้นสูงทำให้แฟชั่นมีอิทธิพลกว่าหน้าที่การใช้งาน เมื่อเทนนิสกลายเป็นการแข่งขันผู้เล่นจึงเริ่มหันมาสนใจหนทางที่จะได้รับชัยชนะLacoste ใช้ฐานะในการเป็นมือหนึ่งของโลกออกแบบชุดที่ตรงตามความต้องการของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เขาตัดสินใจไม่สนใจเทรนด์การม้วนแขนเสื้อและออกแบบเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้น ไม่ทำปกให้แข็ง และเพิ่มความยาวเสื้อด้านหลังหรือที่รู้จักกันในชื่อของ หางเทนนิส ซึ่งทำให้สามารถใส่ในกางเกงได้ง่ายขึ้น
นวัตกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการใช้เทคโนโลยีการทอผ้าคอตตอน (อันที่จริงแล้วจุดเริ่มต้นการพัฒนามาจากบ้านเกิดของเสื้อโปโลนั่นคือประเทศอังกฤษ) รูปแบบการทอเช่นนี้ช่วยให้เสื้อมีความทนทานและที่สำคัญคือช่วยระบายอากาศได้ดี ลักษณะอันโดดเด่นนี้จึงทำให้ในไม่ช้าการออกแบบของ Lacoste ก็ได้รับความนิยมกว่าเสื้อแบบเดิม หลังจากนั้นเขาได้ตั้งชื่อให้มันว่า crocodile (ประวัตินี้ไม่เป็นที่กระจ่างว่าเป็นเพราะเขาจมูกใหญ่หรือเขาชอบบที่ทำจากหนังจระเข้) เขาประดับตราเสื้อด้วยรูปจระเข้ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเสื้อกีฬาที่มีแบรนด์อย่างแท้จริง
แบบเสื้อที่ Lacoste ออกแบบใหม่
Lacoste ใส่เสื้อของเขาในการแข่งขันเทนนิสปี 1926 (ซึ่งเขาชนะการแข่งขัน) และนักกีฬาคนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นรูปแบบเสื้อใหม่ของเขา และเริ่มเปลี่ยนมาใส่เสื้อของเขา ทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากกีฬาโปโล ดังที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่า นักกีฬาโปโลใช้การติดกระดุมปกกับตัวเสื้อเพื่อป้องกันปกกระพือขึ้นขณะแข่งขัน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะสวมใส่บางสิ่งเพื่อลดข้อจำกัดและให้การเล่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักกีฬาโปโลจึงได้รับเอาเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายทอนี้มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาพอใจกับเนื้อผ้าที่สามารถยกปกเสื้อขึ้นมาเพื่อป้องกันผิวไหม้ได้
ในปี 1933 Lacoste กับเพื่อนของเขาและโรงงานผลิตเสื้อ Andre Gillier ร่วมกันก่อตั้ง La Societe Chemise Lacoste (บริษัทเสื้อโปโล Lacoste) ซึ่งผลิตเสื้อที่เหมือนกับที่เขาใส่ในปี 1926 จนกลายมาเป็นเสื้อผ้ากีฬาคลาสสิค และในปลายปี 1940 คำว่า “เสื้อโปโล” ใช้เป็นคำอธิบายถึงเสื้อเชิ้ตมีปกที่ไม่ใช่แค่สำหรับนักกีฬาโปโลแต่ไม่ว่าใครก็สวมใส่เสื้อเชิ้ตมีปกนี้
ในปี 1951 Lacoste เกิดความคิดสร้างสรรค์เขาได้นำเสนอเสื้อที่มีสีสันหลากหลาย และเริ่มขยายเข้าไปในอเมริกาและประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโต ทำให้เป็นแรงขับเคลื่อนให้ความนิยมในเสื้อโปโลเพิ่มขึ้น ในทางการตลาดถือว่านี่เป็นสัญญาณของความมีอำนาจในตลาดเลื้อผ้ากีฬาชาย เสื้อเชิ้ตของเขาถูกนำไปขายปลีกด้วยราคาที่สูงลิ่วถึงตัวละ 8 ดอลล่า และขายเฉพาะในห้างสรรพสินค้ามีระดับ บน Medison Avenues จน เสื้อโปโลของLacoste ได้รับความนิยมสูง ทำให้ในปี 1953 เสื้อโปโลของเขากลายเป็นเครื่องแต่งกายของคนที่มีชื่อเสียง และต่อมาความนิยมได้เพิ่มขึ้นเมื่อประธานาธิบดีสหรัฐ Dwight Eisenhower เลือกที่จะใส่เสื้อโปโลของ Lacosteขณะเล่นกอล์ฟ
ช่วงเวลาใกล้เคียงกันนี้เอง Fred Perry นักกีฬาเทนนิสที่เป็นตำนานอีกคนหนึ่งได้ตัดสินใจทำเสื้อโปโลในรูปแบบของเขาเอง โดยเลือกใช้เนื้อผ้าชนิดเดียวกันคือผ้าที่ทอจากคอตตอน โดยเขาได้พัฒนาต่อจากการออกแบบของLacoste โดยการเพิ่มตัวเกาะติดเข้าไปในเนื้อผ้า ความชื่นชอบของ Perry ทำให้มั่นใจว่าเสื้อโปโลของเขาจะสามารถแข่งขันกับการออกแบบต้นตำหรับของ Lacoste ได้และได้กลายมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกเสื้อผ้าวัยทีน นับเป็นจุดเริ่มต้นของสินค้านวัตกรรมด้านกีฬาที่เป็นเลิศทำให้ก้าวข้ามความเป็นแฟชั่นของเสื้อผ้ากีฬา
เหตุการณ์สำคัญถัดมาในประวัติศาสตร์เสื้อโปโลเกิดขึ้นในปี 1972 เมื่อ Ralph Luaren ต้องการสร้างชื่อแบรนด์เสื้อผ้าอย่างจริงจังและมีความเป็นอมตะนิรันด์กาล โดยเขาได้ตั้งชื่อว่า Rayal-Polo สินค้าเด่นคือเสื้อโปโลซึ่งทำให้แบรนด์ของเขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา และในปี 1980 ได้กลายเป็นทศวรรษของเสื้อโปโลทั้งของLacoste และ Ralph Lauren เมื่อมีการแข่งขันชิงเงินรางวัลในแถบชายฝั่งของอเมริกา ด้วยแบรนด์ที่เหนือกว่าของ Lauren และความอิ่มตัวในตลาดโปโลของ Lacoast ทำให้พวกเขาชนะการแข่งขันและได้กลายมาเป็นเสื้อคลาสสิคของชาวอเมริกันทันที ในช่วงปี 1990 เสื้อโปโลกลายมาเป็นเสื้อผ้าอย่างไม่เป็นทางการสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยีและหลังจากนั้นก็แพร่กระจายสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย และถูกใช้เป็นยูนิฟอร์ม และใช้ประโยขน์ในการสร้างแบรนด์โดยปักชื่อและโลโก้บริษัทตัวเองลงไปด้วย
จากการเปลี่ยนแปลงที่ Rene Lacoste ได้สร้างขึ้นในปี 1926 ทำให้ทุกวันนี้เสื้อโปโลไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬากอล์ฟ หรือเทนนิสเท่านั้น แต่ยังเป็นเสื้อผ้ายอดนิยมทั้งหญิงและชายอีกด้วย
CREDIT By https://www.facebook.com/ZhorsePolo